หน้าแรก | พระเครื่องเมืองสยาม | พระเครื่องและการรับประกัน | เว็บบอร์ด - กระดานสนทนา | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อเรา
 
เมนูหลัก
  หน้าแรก
  พระเครื่องเมืองสยาม
  "หวน...รำพึง"
  ติดต่อเรา 089- 0640559 ,081 - 9088203
  " ราคา..พระ "
  " ขุนเขา "
  Jeenlear@hotmail.co.th
  หมวดหมู่พระเครื่องทั้งหมด
  Gallery รวมรูปภาพ

หมวดหมู่พระเครื่อง
  พระสมเด็จวัดระฆัง (98)
  พระสมเด็จวัดเกศไชโย (18)
  พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม (57)
  พระสมเด็จพุฒาจารย์โต (134)
  พระสมเด็จปิลันทน์ (12)
  พระวัดท้ายตลาด (10)
  พระกำแพงซุ้มกอ (22)
  พระสมเด็จนางพญา (44)
  พระกรุเนื้อชิน(พระหูยานลพบุรี) (12)
  พระกรุเนื้อชิน(พระอัฏฐารส) (14)
  พระกรุเนื้อชิน,ดิน(พระพิมพ์พระร่วงยืน) (20)
  พระกรุเนื้อชิน,ดิน(ปางลีลา) (28)
  พระกรุเนื้อดิน,ชิน(พระกำแพง,พระร่วงนั่ง) (31)
  พระสมเด็จหลวงปู่อ้นวัดบางจาก (4)
  พระหลวงปู่ปั้นวัดสะพานสูง (5)
  พระเครื่องหลวงปู่นาค วัดระฆัง (6)
  พระสมเด็จ พิมพ์โบราณ วัดระฆัง (75)
  พระพิมพ์ขุนแผน สมเด็จโต (10)
  พระเทริด ขนนก (3)
  พระชินราชใบเสมา (10)
  หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน (15)
  พระแม่ย่า (2)
  พระขุนแผน กรุวัดบ้านกร่าง (6)
  พระท่ากระดาน (2)
  พระสกุลลำพูน (9)
  หลวงพ่อทวด วัดช้างไห้ (9)
  หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค (2)
  เขี้ยวเสือ หลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน (2)
  หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว (6)
  หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ (20)
  หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า (8)
  หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง (3)
  หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ (1)
  พระเกจิ (5)
  วัดระฆังหลังฆ้อน (1)
  ลิงหลวงพ่อดิ่ง วัดบางวัว (1)
  หนุมานหลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุน (3)
  เบี้ยแก้หลวงปู่คำวัดโพธิ์ปล้ำ อ่างทอง (1)
  ตะกรุดพิศมร หลวงพ่อแก้ว วัดพวงมาลัย (1)
  พระสมเด็จอรหัง (2)
 
 
พระสมเด็จวัดระฆัง
 
ค้นหาพระเครื่อง:
 

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่(0335)

 



  ลำดับต่อไปนี้เป็นการคัดลอกจากตำราของอาจารย์ พน นิลผึ้ง จากหนังสือทีเด็ดพระสมเด็จมาให้อ่านกัน เรื่องความรู้ตามตำรานี่หาอ่านได้ไม่ยาก สมเด็จแบ่งออกเป็นส่วนใหญ่ๆดังนี้

   1.สมเด็จพิมพ์ชาวบ้าน  หมายถึงพระสมเด็จที่ชาวบ้านที่เป็นช่าง แกะแม่พิมพ์พระถวายให้ท่าน ที่รู้จักกันทั่วไปเช่น นายเทด แห่งบ้านช่างหล่อซึ่งเป็นหลานชายของสมเด็จโตเอง นายจอน นายเจิม นายเจียน บ้านช่างหล่อ ช่างจีนมี เจ็กตง เจ็กไต๋ เจ็กกง ท่านเหล่านี้ได้แกะพิมพ์ไว้ให้ท่านหลายแบบ เช่น พิมพ์ซุ้มกอ นางพญา พระรอด พระผงสุพรรณ พระขุนแผน พระเม็ดขนุน พระกลีบบัว พระหลวงพ่อโต พระข้างเม็ด พระพิมพ์เล็บมือ พิมพ์ขอบกระด้ง หน้าโหนกอกครุฑไกเซอร์ กลักไม้ขีด ว่าวจุฬา(คล้ายพิมพ์อกครุฑเศียรบาตร) นักเลงโต เศียรโล้น  ซุ้มระฆัง ปิดตา หูไห และพิมพ์สี่เหลี่ยมชิ้นฟักอีกหลายพิมพ์ ซึ่งเป็นฝีมือแกะของช่างชาวบ้านทั้งสิ้น บางพิมพ์ดูตลกเลยเรียกว่าพิมพ์ตลกไปเลยก็มี พิมพ์ไม่สวยไม่ได้สัดส่วนไม่ปราณีตงดงาม ส่วนผสมไม่ค่อยดีจึงร้าวง่าย แตกหักเปราะง่าย จึงไม่นิยมกันจะมีเหลืออยู่บ้างก็น้อยมาก

   2.สมเด็จวังหน้า กรมพระราชวังบวรวิชัยชาญทรงให้เจ้าฟ้าอิศราพงศ์และช่างของพระองค์แกะพิมพ์ถวายสมเด็จโตทำแจกพระประยูรญาติและเจ้านายผู้ใหญ่ ข้าราชบริภารในวังหน้า สมเด็จวังหน้ามีอยู่ด้วยกันหลายพิมพ์เช่น พิมพ์เทวดาทรงเครื่อง พิมพ์ซุ้มระฆัง พิมพ์กลีบบัว พิมพ์เศียรโล้น พิมพ์อุ้มบาตร พิมพ์ปิดตา พิมพ์ข้างเม็ด พิมพ์รูปเหมือนสมเด็จโต บางพิมพ์ฝังอัญมณี มีจารึกไว้ข้างหลังและพิมพ์สี่เหลี่ยมชิ้นฟัก พิมพ์นี้ค่อนข้างมาก มีการลงลักปิดทอง ปัจจุบันลักทองล่อนออกแล้ว พระพิมพ์ชุดนี้เป็นยุคกลางสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯและพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯพิมพ์จะสวยกว่าพิมพ์ชาวบ้าน ทำที่วังหน้าโดยเอาผงวิเศษมาทำแล้วให้ท่านปลุกเศกอีกครั้งก่อนแจก

   3.สมเด็จวังหลัง กรมหมื่นอดุลย์ลักษณสมบัติ์ สมัยรัชกาลที่4 ทรงให้เจ้ากรมช่างสิบหมู่ หลวงวิจิตรนฤมล (พึ่ง จิตรปฏิมากร) แกะพิมพ์ลักษณะสี่เหลี่ยมชิ้นฟัก ถวายสมเด็จโต เป็นพิมพ์ทรงชลูด ทรงต้อลังกา ทรงกรวย ทรงโย้เกศเอียง พิมพ์จะลึกกว่ายุคต้น องค์พระเส้นซุ้มเล็กโปร่งบาง เน้นความเรียบร้อย ความอ่อนช้อยสวยงามเป็นหลัก เส้นซุ้มจะเรียบมีขนาดกลาง มักจะทารงค์ - ลงรัก - ชาด - ทอง - เทือก เพื่อรักษาเนื้อพระไม่ให้แตกหัก ปัจจุบันรักชาด ทองเทือก จะร่อนหลุดแล้ว เหลือเป็นบางจุด ทำให้พื้นผิวพระจะแตกเป็นลายงาหรือลายสังคโลก มวลสารละเอียดเพราะใช้เครื่องบดยามาบดผงพระ มีพิมพ์ที่งดงามอยู่หลายพิมพ์เช่น พิมพ์เกศทะลุซุ้ม พิมพ์ทรงเทวดา พิมพ์ทรงเจดีย์ ไม่มีฐานปิดพิมพ์ปรกโพธิ์ พิมพ์ซุ้มระฆัง เป็นต้น

   4.สมเด็จช่างหลวง  หลวงวิจารณ์เจียรนัย  ช่างหลวงสมัยปลายรัชกาลที่ 4 และต้นรัชกาลที่ 5 มีเรื่องเล่าว่าแต่ก่อนภรรยาของหลวงวิจารณ์เป็นคนที่เคารพนับถือสมเด็จโตมาก จะทำสำรับกับข้าวคาวหวานไปถวายสมเด็จเป็นประจำ  บางครั้งดูว่าหลวงวิจารณ์จะมองว่าภรรยางมงายกับสมเด็จโตมากไป  มีการพูดกระแนะกระแหนอยู่บ่อยครั้ง  ต่อมาหลวงวิจารณ์ได้เบิกทองท้องพระคลังมาเพื่อจะทำเครื่องทรงประดับถวายรัชกาลที่ 4 จู่ๆทองที่เบิกมาหายไปจากลิ้นชักที่เก็บ  หลวงวิจารณ์ตกใจได้ไต่ถามคนในบ้านก็ไม่มีใครรู้เห็น  จึงเป็นทุกข์กังวลกินไม่ได้  นอนไม่หลับ  ภรรยาจึงแนะนำให้ท่านไปหาสมเด็จโต  เพื่อจับยามสามตาดู  หลวงวิจารณ์ไม่มีทางใดที่ดีกว่านี้จึงให้ภรรยาทำกับข้าวคาวหวานไปถวายสมเด็จ  ก่อนที่จะพูดเรื่องของตน  สมเด็จท่านรู้ด้วยญาณว่าหลวงวิจารณ์มาหาท่านด้วยเรื่องอะไร  ท่านเลยแซวหลวงวิจรณ์ว่าเดือดร้อนแล้วซิถึงได้มาหา  หลวงวิจารณ์ได้บอกท่านเรื่องทองคำท้องพระคลังที่เบิกมาหายไปอย่างไร้ร่องรอย  สมเด็จท่านตอบว่า  คนใจไม่บริสุทธิ์ก็ทำให้ตามืดมัวสมองสับสนหลงๆลืมๆ  ไปตั้งสติและทำใจให้ดีก็จะพบทองเอง  ทองไม่ได้ไปไหน  แต่ความเขลาทำให้มองไม่เห็น  หลวงวิจารณ์กลับไปบ้านไปสวดมนต์นั่งสมาธิ  แล้วมาค้นหาทองก็พบทองอยู่ในที่เดิม  เรื่องแบบนี้โบราณเรียกว่าผีลักซ่อน  หลวงวิจารณ์จึงเลื่อมใสศรัทธาสมเด็จโตมาก  ไปมาหาสู่เอาอาหารคาวหวานไปถวายท่านพร้อมภรรยาอยู่เป็นนิจ  ครั้นท่านได้ไปวัดได้ไปเห็นการทำพระสมเด็จแต่ดูพิมพ์ทรงไม่สวยไม่ถูกตามพุทธลักษณะ  ด้วยหลวงวิจารณ์เป็นนักสะสมพระบูชาจึงรู้พุทธลักษณะที่งดงามของพระเชียงแสน  สุโขทัย  ลังกา  อู่ทอง  ลพบุรี  จึงเอาแบบพุทธศิลป์  พุทธลักษณะที่งดงามของพระบูชาดังกล่าวมาแกะเป็นแม่พิมพ์พระสมเด็จถวายแด่สมเด็จโต  จนกลายเป็นพิมพ์สมเด็จที่นิยมมาถึงปัจจุบัน  และยังมีน้ำมันตังอิ๊วจากจีนมาเป็นส่วนผสมเนื้อพระสมเด็จทำให้พระสมเด็จ  เนือ้หนึก นุ่ม แกร่ง  ไม่ร้าวไม่แปราะไม่แตกหักอีกต่อไป

   5. สมเด็จสองคลอง  คือพระสมเด็จวัดระฆังที่สมเด็จพุฒาจารย์โตพรหมรังสี  นำไปผสมกับพระสมเด็จวัดใหม่อมตะรสบางขุนพรหม  เพื่อให้ครบจำนวน  84000  องค์เท่ากับพระธรรมขันธ์ตามหลักนิยมในการพระบรรจุกรุ

   6. สมเด็จตกเบ็ด  คือพระสมเด็จกรุบางขุนพรหม  ที่ถูกขโมยออกจากกรุก่อนเปิดกรุ  เป็นพระที่อยู่ในช่วงบนหรือรอบนอกของกองพระในกรุและอยู่ในกรุได้ไม่นาน จึงมีคราบกรุน้อยและบาง  การขโมยพระสมเด็จบางขุนพรหมโดยการตกเบ็ด  ขโมยจะใช้ของเหนียวๆ เช่นดินเหนียว ยางไม้ กาวจิ้งจก ผูกเชือกแล้วนำไปผูกกับปลายไม้  หย่อนตกลงไปตามช่องที่เจาะ  พระติดของเหนียวที่ติดขึ้นมาเรียกว่าสมเด็จตกเบ็ด

   7. สมเด็จบางขุนพรหมกรุเก่า  คือสมเด็จบางขุนพรหมกรุวัดใหม่อมตะรสที่มีคนลักลอบตกเบ็ดขโมยขุด  ออกมาจากเจดีย์ที่บรรจุกรุพระไว้ก่อนที่จะมีการเปิดกรุเป็นทางการเมื่อ  พ.ศ. 2500  นั่นคือพระกรุบางขุนพรหมถ้าออกมาก่อนเปิดกรุจริงเรียกว่าพระกรุเก่าทั้งสิ้น  ลักษณะของพระกรุเก่าจะมีคราบกรุน้อย  บางองค์แทบจะไม่มีเลย

   8. สมเด็จบางขุนพรหมกรุใหม่  คือพระสมเด็จบางขุนพรหมที่เปิดจากกรุบางขุนพรหม เมื่อพ.ศ. 2500  เรียกกันเป็นบางขุนพรหมกรุใหม่  จะมีคราบกรุมากและหนากว่าพระกรุเก่า  สมเด็จบางขุนพรหมกรุใหม่และกรุเก่าก็คือสมเด็จบางขุนพรหมจากกรุเดียวกันนั่นเอง

   9. สมเด็จสัตตศิริ  คือพระสมเด็จที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นศิริมงคล  โดยสร้างพระให้มีสีตามวันทั้ง เจ็ดวัน  คือวันอาทิตย์สีแดง  วันจันทร์สีเหือง  วันอังคารสีชมพู  วันพุธสีเขียว  วันพฤหัสสีส้ม  วันศุกร์สีฟ้า  วันเสาร์สีม่วง  เป็นลักษณะพระสีประจำวัน  แต่บางองค์จะทำองค์เดียวเจ็ดสีเลยก็มี  สมเด็จสัตตศิริสร้างที่วัดพระแก้ว  กรมพระราชวังบวรวิชัยชาญเจ้าฟ้าอิศราพงศ์แกะพิมพ์ และเอาผงสมเด็จจากวัดระฆังมาผสมในเนื้อสัตตศิริ  สร้างแจกพระประยูรญาติ และเจ้านายผู้ใหญ่ คนในวังหน้า  ส่วนที่เหลือได้นำไปบรรจุกรุเจดีย์ไว้ที่วัดพระแก้ว  มีหลายพิมพ์ทรงตามพระวังหน้า  พิมพ์ที่นิยมคือพิมพ์พระแก้วมรกต  และพิมพ์เกศทะลุซุ้ม

 10. สมเด็จนางใน  เรื่องสมเด็จนางในนี้ทราบว่า  เมื่อครั้งสมเด็จโตได้เข้าไปเทศนาในวังสมัยรัชกาลที่ 4 ท่านได้แจกพระสมเด็จแก่คนในวังเป็นสมเด็จชิ้นฟักขนาดใหญ่  สนมนางในวังได้บอกท่านว่า  ท่านทำแต่พระองค์ใหญ่ๆ เหมาะสำหรับผู้ชาย  อยากให้ท่านทำพระองค์เล็กๆ ที่เหมาะแก่ผู้หญิงที่จะเอามาห้อยคอบ้าง  ท่านจึงไปทำสมเด็จขนาดเล็กที่เหมาะแก่เด็กและผู้หญิง  ดังเช่นพิมพ์สมเด็จแหวกม่านชั้นเดียวดูสวยงามมาก  และแจกให้แก่สนมนางในไว้ใช้บูชา  จึงเรียกพระสมเด็จพิมพ์นี้ว่าสมเด็จนางในนี่เอง  คงจะไม่มีมากนักเพราะทำแจกแต่เพาะสนมนางในเท่านั้น

  11. สมเด็จยายจันทร์  ยายจันทร์เป็นแม่ค้าขายของอยู่แถวใกล้ๆวัดระฆัง มีฐานะยากจนแต่ใจบุญสุนทาน  เอาสำรับกับข้าวมาถวายสมเด็จบ่อยๆ  วันหนึ่งสมเด็จท่านถามยายจันทร์ว่าหมู่นี้ค้าขายเป็นอย่างไร  ยายจันทร์ตอบว่า แย่มีแต่พอทุนและขาดทุนขายไม่ค่อยดี  จึงต้องมาหาท่านบ่อยๆเผื่อจะขายของได้ดีบ้าง  สมเด็จโตจึงให้พระพิมพ์  นางพญาเนื้อสมเด็จ  แก่ยายจันทร์ไป  แล้วบอกมาว่าต่อไปนี้คงขายของได้ดีมีกำไร  รำรวยจะได้ไม่ต้องมาหาบ่อยๆ  ตั้งแต่ยายจันทร์ได้ของไปก็ค้าขายร่ำรวยจริงๆ  พระสมเด็จนางพญาพิมพ์นี้จึงเรียกขนานนามกันต่อมาว่า  สมเด็จยายจันทร์ตั้งแต่นั้นมา

 
[จำนวนการเข้าชม : 174,448 ครั้ง]
 
<< กลับไปหน้าก่อน..